Thursday, 13 June 2024

น้ำเพชร อิสรีย์” เผยโมเมนต์ขอแฟน เกือบไม่ได้คบ เพราะคิดว่าไม่เหมาะกัน : PPTVHD36

[ad_1]

ตลกดัง “อาไท” และแฟนสาวดีกรีนางงาม “น้ำเพชร อิสรีย์” ควงแขนกันมาเล่าโมเมนต์ขอเป็นแฟนที่โอซาก้า เคลียร์ดราม่าคบกันเพราะคอนเทนต์ ฝ่ายหญิงหวังเกาะกระแส

คู่รักใหม่! “อาไท” เปิดตัวคบ “น้ำเพชร อิสรีย์” ลั่นจีบจริง ไม่ใช่คอนเทนต์

ฮือฮาไม่น้อย เมื่อ ตลกดัง “อาไท กลมกิ๊ก” ทำเซอร์ไพรส์ขอ “น้ำเพชร-อิสรีย์ ธรากูพิพัฒน์” อดีตนางงามจากเวทีดังเป็น ‘แฟน’ กลางโอซาก้า ทริปไปเที่ยวญี่ปุ่น พร้อมเคลียร์ผ่านรายการคุยแซ่บshow กับประเด็นคบกันเพราะคอนเทนต์ ฝ่ายหญิงหวังเกาะกระแส

นอกจากนั้นทั่งคู่ยังเล่าด้วยว่า เกือบจะไม่ได้สานสัมพันธ์ เพราะต่างฝ่ายคิดว่าไม่เหมาะสมกัน ซึ่งทั้งคู่บอกว่า

ตัวจริงของใจ? “อาร์ต พศุตม์” ชาวเน็ตกดไลก์คนนี้ สวย เก่ง ขยัน

เพิ่งขอเป็นแฟนกันเมื่อฮาโลวีนที่ผ่านมา?

อาไท : วันฮาโลวีนเลยครับ (ทำไมต้องเป็นโอซาก้า?) เพราะเป็นประเทศแรกที่ไปด้วยกันครับ แล้วผมเคยพูดไว้ในรายการต่างๆ ว่า ตอนนี้เรายังไม่ได้เป็นแฟนกัน แต่วันนึงเราจะเป็นแฟนกัน และที่ผมจะขอเขาเป็นแฟนจะไม่ใช่ที่ไทย ต้องเป็นต่างประเทศ”

น้ำเพชร : “ก็เซอร์ไพรส์ค่ะ แต่ในใจก็แอบคิดไว้แล้วแหละ เพราะว่าเขาออกรายการเขาจะบอกตลอดว่าจะขอเป็นแฟนที่ต่างประเทศ ที่นี่แน่ๆ แต่ไม่รู้วันไหน (คนเยอะมาก?) ใช่ค่ะ คนเยอะมาก เขาพูดกับกล้อง บอกว่าเราคุยกันมานานแล้ว วันนี้ คุณน้ำเพชร เป็นแฟนกับผมนะครับ เราก็พยักหน้าโอเค ก็เขิน ตื่นเต้น กะเทยก็เยอะไปกับแก๊งหิ้วหวี”

ทำไมไม่ขอตอนเช้า หรือตอนดึกๆ ที่คนน้อยๆ?

อาไท : “ตอนเช้าตัดออก เพราะตื่นไม่ทัน กลางคืนผมว่าพี่ๆ เขาอยู่ไม่ครบองค์ประชุม แต่นี่คือแก๊งหิ้วหวีเขาอยู่ครบองค์”

มีคิดไหมถ้าขอเขาแล้ว วันนั้นเขายังไม่พร้อม เราจะเตรียมใจยังไง?

อาไท : “ไม่เตรียมเลย เพราะรู้ว่ายังไงก็เป็นแน่ เพราะอยู่ที่ไทย ผมถามเขาตลอด แซวว่าสวยจังเลย แฟนใครครับเนี่ย เขาบอกไม่มีแฟน เพราะยังไม่มีใครขอ”

“น้ำเพชร” บอกว่าคิดไว้ในใจไม่ได้ขอที่นี่แน่เลย ต้องเป็นที่ Universal?

น้ำเพชร : “ใช่ค่ะ ด้วยความที่เราแต่งตัวเหมือนกัน เราเป็นเจ้าหญิง เขาเป็นมาริโอ้ ก็คิดว่าต้องที่นี่แหละ บรรยากาศก็ให้ด้วย เราก็รอทั้งวัน แต่ก็ไม่ขอ สรุปที่ไหนหนอ (คิดไหมว่า หรือเขาไม่ขอ แค่มาเที่ยว?) ก็มีบ้าง เขาจะไปขอที่ไหนนะ แต่ก็ยังหวังอยู่ว่าวันต่อไปเป็นวันที่ขอ แต่มันคือวันฮาโลวีน แต่ก็ไม่คิดว่าเขาจะขอวันนี้ไหม”

อาไท : “เกือบไม่ได้ไปทริปนี้ เพราะเขาบอกว่าไปเที่ยวกับพี่ๆ แก๊งหิ้วหวี อยากให้เป็นฟีลพี่ๆ ไป เพราะเดี๋ยวกลัวว่าไม่สะดวก เขาบอกว่ากลัวเราอึดอัด แต่เราสนิทกับพี่ๆ เขาประมาณนึงแล้ว แต่เวลาผมอยู่กับพี่ๆ แก๊งหิ้วหวี ผมก็ยังเงียบอยู่ ยังไม่ค่อยคุย จะฟังเขามากกว่า เพราะเขาเป็นคนพูดสนุกมาก”

ตอนที่เป็นแฟนกันแล้ว ทะเลาะกันเลยเหรอ?

อาไท : “ใช้คำว่าวันรุ่งขึ้น ตื่นเช้ามายังไม่เท่าไหร่ ตกช่วงเย็นเราไปซื้อของฝากกลับไทย แล้วเราไปซื้อกระเป๋าลากใบใหม่ แล้วเรามีเป้มันหนักกล้อง เราเลยจะเอากล้องออกจากเป้ เข้ากระเป๋าลาก ก็เอาผ้าห่อกล้องแล้วยัดเข้ากระเป๋า เขาบอกว่าทำอะไรให้มันเร็วๆ หน่อยได้ไหม ทำช้ามากเลย หลายรอบแล้ว ชอบทำอะไรช้า ซึ่งมันก็ไม่ช้าหรอก แต่เราปราณีต”

น้ำเพชร : “เขาเป็นคนที่ทำอะไรช้ามากเลย ในขณะที่เราเร็ว เขาจะช้าแบบสล็อตทำงาน จนบางทีแบบเสร็จหรือยัง ช้าไปหรือเปล่า ช้ามากเลยคุณ ทำอะไร เขาช้าทุกเรื่องเลย ในขณะที่เราสปีด เขาช้าเรื่องแต่งตัว อาบน้ำ แปรงฟัน เก็บของ เตรียมของออกจากบ้าน”

อาไท : “เราก็รู้สึกแหละ อันนี้มันควรจะปราณีตไง เขาบอกว่ารู้ว่าห่อ แต่ให้เร็วกว่านี้ได้ไหม”

เรื่องถ่ายรูปก็ทำให้ทะเลาะกัน?

น้ำเพชร : “คือเราตกลงแล้วว่าเพชรชอบให้ถ่ายรูปโฟกัสที่ตัวเรา แต่เขาชอบให้เราอยู่ริมไปถ่ายเน้นวิว คือถ่ายแบบนี้ลงแล้วมันไม่สวย เราต้องการแบบนั้น มันเป็นหลายๆ ครั้ง ทำไมรูปมันเบี้ยวจังเลย คุณชอบถ่ายรูปแนวนี้มากเลย”

อาไท : “เราไปดูที่เขาสอน คือมันมีตาราง 9 ช่อง เขาบอกให้แบบอยู่ซ้ายหรือขวา แล้วตรงนั้นมันเป็นทางรถไฟ เราอยากให้แฟนเราอยู่ตรงมุม แล้วเห็นเป็นทางรถไฟยาวไป เพราะถ้าอยู่ตรงกลางมันก็ไม่เห็นทางรถไฟ”

น้ำเพชร : “ผู้หญิงอยากให้อยู่เซ็นเตอร์ตรงกลาง”

อาไท : “ก็ไม่ถึงขั้นโวยวาย เขาแค่บอกว่ามันคุยกันหลายรอบแล้วว่าทำไมไม่ให้อยู่ตรงกลาง (สุดท้ายใครชนะ?)เขา พอถ่ายรูปเสร็จปุ๊บผมก็เดินไปหาที่นั่ง เราถ่ายรูปก็อยากโดนชมว่าถ่ายสวย เราก็ไปดูไงว่าถ่ายยังไงให้สวย”

เห็นว่าเกือบจะเลิกกัน เพราะ “น้ำเพชร” ถามว่าเราไม่เข้าใจกันแบบนี้เรายังอยากเป็นแฟนกันอยู่ไหม?

น้ำเพชร : “ใช่ มันหลายๆ เรื่องราวที่เราไปเที่ยวด้วยกัน เรารู้สึกว่าเราอาจจะไม่น่ารักสำหรับเขา เราก็ถามเขาตรงๆ ว่ารู้จักกันขนาดนี้แล้ว ยังอยากเป็นแฟนกันอยู่ไหม ยังชอบกันอยู่ไหม เขาตอบว่ายังโอเคอยู่ เขายังไหว”

“อาไท” ตอบเลยไหมหรือเราคิดทบทวนกับตัวเองก่อน?

อาไท : “ผมว่าคู่รักมันมีแหละ นิสัยที่ต้องปรับกัน มันไม่มีสิ้นสุดหรอก ที่บอกว่าเรายังไหว เพราะเราเป็นคนที่เคลียร์กับความคิดตัวเองไว เราโกรธแป๊บนึง ขอเราไปอยู่นิ่งๆ พักนึบ เรากลับมาเรายิ้มแย้มเหมือนเดิมแล้ว  ขอเราไปเคลียร์ความคิดตัวเองพักนึง”

รู้ว่าเขายอมแบบนี้รักเขามากขึ้นไหม?

น้ำเพชร : “มีแต่รักเขามากขึ้นทุกวัน แล้วกลัวว่าเขาจะไม่โอเคกับเรา กลัวว่าเขาจะยังรักเราเหมือนเดิมไหม (เคยคิดจะเจอกันครึ่งทางไหม?) คุยกันตลอด ปรับกันตลอด ด้วยความที่เขาใจเย็นเลย เพชรอาจจะทำอะไรเร็วมาจนชิน แล้วอยู่คนเดียวมาจนชิน พอมาเจอกัน มันคนละขั้วกันเลย มันได้เรียนรู้บางอย่างถ้าทำช้ามันก็ดี เขาก็เรียนรู้ว่าบางอย่างถ้าทำเร็วมันก็ดี”

ก่อนหน้านี้เกือบไม่มีการขอเป็นแฟน เพราะเชื่อหมอดู หมอดูบอกว่าคู่นี้ควรจะเป็นเพื่อน ห้ามเปิดตัวเป็นแฟน ไม่อย่างงั้นต้องเลิก?

อาไท : เราไปด้วยกัน ไปถ่ายรายการแม่มดดำตอนกลางคืน เขาบอกว่าคู่นี้เป็นแฟนกันไม่ได้ ถ้าเป็นแฟนเลิก เป็นเพื่อนกันปังมาก เราก็ทำใจ เพราะเขาเชื่อมูมาก ตอนนั้นเพิ่งเริ่มคุยกัน ตอนนั้นก็ถอดใจ เรารู้สึกว่าไม่ใช่ก็ไม่ใช่ เขาเป็นคนเชื่อมูอยู่แล้ว แต่มีคำคำนึงที่ทำให้ผมไม่ถอดใจ พี่ทีมงานวันนั้นเขาเดินมาบอกผมว่า อาไทไม่ต้องเครียดนะ เพราะดวงคนเราเปลี่ยนทุกๆ 3 เดือน เราก็อ้าว…มีโอกาสดิ่”

ทริปโอซาก้าหลังจากนั้น 3 เดือนไหม?

อาไท : “6 เดือนครับ แต่ยังไม่ได้เปิดไพ่ใหม่ เพราะกลัวไม่ได้คู่กัน”

2 คนนี้เจอกันได้ยังไง?

อาไท : “เจอที่รายการก่อน เราทำรายการแล้วเราก็ชอบเขา เราเห็นเขาในโซเชียลก่อน (ทำไมถึงชอบทั้งที่ยังไม่ได้เจอ?)  ผมแพ้ทางผู้หญิงตลกแล้วสวย เขาดังในติ๊กต๊อก เราเลยมาบอกรายการที่เราทำว่าเอาคนนี้มารับเชิญหน่อยได้ไหม อยากเจอเขา เขาก็รับไว้พิจารณา หลังจากนั้นหลายเดือนนะ เราเห็นรายชื่อแขกรับเชิญ น้ำเพชร ดีใจเลย วันนั้นกะเต็มที่ เล่นตลกโชว์หญิง คนจะรู้มันจะเยอะแล้วมันจะพาว สรุปวันนั้นไปเขินเล่นอะไรไม่ออกเลย”

น้ำเพชร : “วันนั้นไม่ได้คุยเยอะค่ะ เพราะเพิ่งเจอกัน เราไม่รู้ว่าเขาชอบประมาณไหน ปลื้มๆ เพราะมีข่าวปลื้มๆ”

อาไท : “ตอนเราโสด เราปลื้มคนเยอะ เรารู้ตัวเองว่าเราปลื้มได้ แต่เรารู้ว่าเราเป็นแฟนกับเขาไม่ได้หรอก เราก็ประมาณตัวเองไว้ ไปจีบเขามันยาก แต่พอเขามาฟอลโล่ไอจีเรากลับ เริ่มละ”

น้ำเพชร : “เขาแท็กมา แล้วเราร่วมงานกัน เราก็ฟอลกลับ (ถ้าไม่มีใจไม่มีทางฟอลโลว์กลับ?) เขาก็น่ารักดี”

แล้วมาเล่นละครด้วยกัน?

น้ำเพชร : “ใช่ค่ะ”

อาไท : “ความบังเอิญนะครับ อันนี้ไม่มีการบอกว่าชอบ บังเอิญว่าเราได้เล่นเรื่องนี้กับคนนี้ พี่พิมมาดา เขาไปทราบมาว่าอาไทชอบน้ำเพชร เขาเลยปรับบทให้ตอนสุดท้ายเราเป็นแฟนกัน แล้วระหว่างเรื่องได้ใกล้ชิดกัน”

อาไท” รู้สึกว่าไม่เหมาะสมกับนางงามคนนี้?

อาไท : “จริงครับ อย่างที่บอกเราประมาณตัวเองถูก อย่างที่รู้เราก็เป็นตลกคนนึง เขาเป็นดีกรีนางงาม มันก็ยากนะ ในใจตอนนั้น”

มีคำนี้ในใจเลย เปรียบเหมือนหมามองเครื่องบิน?

อาไท : “ถูกต้อง คำนี้เลยพี่ ดอกฟ้ากับหมาวัด คำนี้เลย”

น้ำเพชร” ก็รู้สึกเหมือนกัน เราไม่เหมาะกับผู้ชายคนนี้เพราะอะไร?

น้ำเพชร : “ด้วยความที่เขาเป็นดารามานาน เราเพิ่งเข้าวงการมา เราไม่อยากคบกับใครในวงการด้วย เพราะเรากลัวว่าถ้าทำงานด้วยกันในอนาคต เราคบกันแล้วมาเลิกกัน แล้วมันจะทำงานด้วยกันไม่ได้ ความคิดของหนูแรกๆ ไม่ได้รู้สึกว่าหนูจะคบเขาเลย”

แล้วสุดท้ายป๊ะกันตอนไหน?

อาไท : “เริ่มคุยวันแรกใช่ไหม ตอนถ่ายละครเกือบครึ่งเรื่องแทบจะไม่ได้คุยกันเลย วันที่เริ่มคุยคือวันนั้นเขาถ่ายเลิกพร้อมกัน ปกติเขามากองถ่าย เขาจะเรียกรถ เขาไม่ได้มารถตัวเอง ทีนี้ผมบอกว่าให้ผมไปส่งไหม”

เส้นทางมันทางเดียวกับบ้านเราไหม?

อาไท : “ใช้คำว่าอ้อมมาก แต่ผมสามารถไปส่งได้ แต่วันนั้นไม่ไช่แค่สองต่อสอง ผมมีพี่ชายขับให้ แล้วมีนักแสดงอีกคนไปด้วย วันนั้นรถติดมาก รู้ทั้งรู้ว่ารถติดก็จะไป ซึ่งวันนั้นเราขับเอง ให้พี่ชายไปนั่งข้างหลัง พอหลังจากนั้นเราได้มีการ DM คุย จากปกติตอบช้าบ้าง เป็นตอบเร็วขึ้น คุยกันมากขึ้น”

บนรถคุยกันไหม?

น้ำเพชร : “ก็ได้แลกเปลี่ยนกัน”

อาไท : “ตอนนั้นไม่ได้ออกตัวว่าจีบจริงจังนะ แค่แบบไปดูหนังกับผมไหม จีบแหละ แต่เราพูดติดตลก ถ้าเขาไม่ไป เรายังอายน้อยหน่อย เพราะเราพูดเป็นมุก คุย DM กันทุกวันไม่ได้ไลน์ด้วยนะ เบอร์โทรผมต้องไปขอประสานงานกองถ่าย เพราะผมไม่กล้าขอเขา ก็คุยกันมากขึ้น เริ่มบอกว่าอยู่ไหน ทำอะไรอยู่ เริ่มส่งรูปแล้ว เราก็คิดว่างั้นเริ่มมีโอกาสแล้ว”

มีคนบอกว่าเราคบกันเพราะคอนเทนต์?

อาไท : “มันแก้อะไรไม่ได้ เพราะว่ามันเกิดจากคนที่มองเข้ามา ไม่ได้เกิดจากสิ่งที่เราแสดงออกไป เขาอาจจะไม่ชินกับคนที่หน้าตาดีคบกับคนที่หน้าตาไม่ดี เขาเลยอาจจะมองว่ามันอาจจะไม่จริงหรอก อาจจะเป็นการสร้างกระแส อาจจะเป็นคอนเทนต์”

น้ำเพชร : “อีกเรื่องก็คือหนูชอบถ่ายติ๊กต๊อก ชอบถ่ายเขาลงตลอด มีอะไรก็จะถ่ายตั้งแต่ตอนที่ไม่ได้คบกันเลย คนอาจจะมองว่าหนูมาเกาะกระแสน้อง น้องเป็นดาราด้วย แล้วเราเป็นนางงามดราม่า”

มีคอมเมนต์อะไรที่รู้สึกว่าแรงเกินไป?

อาไท : “ถ้าผมไม่ค่อยมี ผมเคลียร์เร็ว คืออ่านแล้วเคลียร์ อะไรที่ไม่เกิดประโยชน์ผมช่างเลย ที่ผมได้อ่านคร่าวๆ คือ ไอ้อ้วนเขาไม่เอามึงหรอก พอมึงหมดเงินเขาก็ไม่อยู่กับมึงแล้ว”

ฝั่ง “น้ำเพชร” ก็โดนหนัก เขาคิดว่าเรามาเกาะกระแส คิดว่าเราจะไปหลอกเขา?

น้ำเพชร : “ใช่ แม่ก็บอกว่าอย่าไปหลอกน้องเขานะ หนูบอกแม่ หนูคุยจริง ไม่ได้หลอก แม่ก็ดูในอินเตอร์เน็ต ชาวเน็ตบอกว่าเราจะไปหลอกน้องเขาหรือเปล่า ก็เลยบอกแม่ เดี๋ยวพิสูจน์ให้ดูก็เลยพาเขาไปเจอที่บ้าน”

อาไท : “ได้เจอครอบครัวกันและกัน ก็ตื่นเต้นดี ไปนั่งกินข้าวบ้านแม่เขา เราไม่ได้เอาอะไรไป ให้เขาทำให้กินด้วย ไปเจอแม่เขาครั้งแรก มือเปล่าเลย จะเตรียมไวท์ เตรียมช่อดอกไม้ไปก็ไม่เหมาะ เพราะเป็นงานศพคุณตาเขา ผมไปเจอแม่เขาครั้งแรกที่งานศพของคุณตาเขา ก็ไปสวัสดีแม่เขา วันนั้นไม่ค่อยได้คุยกัน”

แล้ววันที่ได้ไปเจอครอบครัว “อาไท”?

น้ำเพชร : “มือเปล่าเหมือนกันค่ะ ที่บ้านเขาเซอร์ไพรส์จัดลูกโป่งให้ มีเค้ก”

อาไท : “วันเกิดเขา”

คบมา 6 เดือน แต่เพิ่งขอเป็นแฟนเมื่อฮาโลวีน เท่ากับอาทิตย์กว่า แต่คุยเรื่องแต่งงาน เรื่องมีลูกแล้ว?

น้ำเพชร : “ไม่ได้ถึงกับคุยขนาดนั้น แต่เป็นการวางแผนการใช้เงิน วางแผนการทำงานมากกว่า”

อาไท : “เขาเคยพูดว่าถ้าสมมติรอด 5 ปี ไปได้ก็อยากแต่ง”

ทำไมต้อง 5 ปี?

น้ำเพชร : “เราไม่เคยคบใครเกิน 2-3 ปี”

อาไท : “แล้วเราวางแผนเรื่องอื่นด้วย เราเป็นคนชอบวางแผนอยู่แล้ว ถ้าเราไม่วางแผน เรารู้สึกว่าเราใช้ชีวิตไปโดยไร้จุดหมาย จากปกติเราวางแผนคนเดียว พอมีเขาเราก็วางแผนคู่กันว่าเราทำธุรกิจร่วมกันไหม แต่ตอนนี้มีช่องยูทูบด้วยกันแล้ว แล้วคุยกันว่าในอนาคตอยากมีลูกไหม อยากมีกี่คน เพราะผมอยากมีลูก ใจอยากมี 1 คน แต่เขาอยากมีหลายคน ตอนแรกเราตั้งใจว่า 3 คน เพราะถ้าไม่มี 1 ก็มี 3 เลย จะไม่มี 2 เพราะกลัวเขาทะเลาะกันแล้วไม่มีคนห้าม”

แต่เขาตั้งกฎไว้ 5 ปี ไหวไหม?

อาไท : “ไหว ปรับกันไปเรื่อยๆ ผมเคยพูดนะถ้าวันนึงต้องเลิกกันก็เลิก เราไม่ได้แคร์คอมเมนต์อะไรขนาดนั้น”

[ad_2]

Source link